634

น้ำยาแอร์ R513a: ทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการแทนที่ R134a สำหรับระบบทำความเย็น

ในโลกยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่งยวด อุตสาหกรรมทำความเย็นและปรับอากาศก็กำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สารทำความเย็น (Refrigerant) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบ ต่างต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก โดยเฉพาะการลดศักยภาพในการทำให้โลกร้อน (Global Warming Potential หรือ GWP)

R134a: สารทำความเย็นที่ต้องหาทางออก

R134a (Tetrafluoroethane) เป็นสารทำความเย็นในกลุ่ม HFC (Hydrofluorocarbon) ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและถูกนำมาใช้แทนที่สารทำความเย็นกลุ่ม CFCs และ HCFCs ที่ทำลายชั้นโอโซน (ODP = 0) โดยเฉพาะในระบบปรับอากาศรถยนต์ เครื่องทำความเย็นในครัวเรือนและเชิงพาณิชย์ และเครื่องทำน้ำเย็น (Chillers) อย่างไรก็ตาม แม้ว่า R134a จะไม่ทำลายชั้นโอโซน แต่มีค่า GWP สูงถึง 1,430 (อ้างอิงตามค่า 100 ปีของ IPCC AR4) ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดภาวะโลกร้อนเมื่อมีการรั่วไหลสู่ชั้นบรรยากาศ ด้วยเหตุนี้เอง นานาประเทศจึงเริ่มมีมาตรการจำกัดการใช้งาน R134a และมองหาสารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำกว่ามาทดแทน

634

R513a: ทางเลือกที่ลงตัวด้วย GWP ที่ต่ำกว่า

R513a หรือที่รู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า Opteon™ XP10 คือสารทำความเย็นยุคใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกทดแทน (Drop-in Replacement) สำหรับ R134a โดยเฉพาะ R513a เป็นสารทำความเย็นผสมแบบ Azeotrope (สารผสมที่มีพฤติกรรมคล้ายสารเดี่ยว) ประกอบด้วยสารในกลุ่ม HFO (Hydrofluoroolefin) อย่าง HFO-1234yf และ R134a ทำให้มีคุณสมบัติที่น่าสนใจดังนี้:
  • GWP ต่ำอย่างมีนัยสำคัญ: R513a มีค่า GWP ลดลงถึง 56% เมื่อเทียบกับ R134a โดยมีค่า GWP อยู่ที่ประมาณ 573 ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้นในหลายภูมิภาค
  • ไม่ติดไฟ (Non-flammable): R513a จัดอยู่ในกลุ่มความปลอดภัย A1 ตามมาตรฐาน ASHRAE 34 และ EN 378 ซึ่งหมายถึงมีพิษต่ำและไม่ติดไฟ ทำให้มีความปลอดภัยในการใช้งานสูง เทียบเท่ากับ R134a เดิม
  • สมรรถนะใกล้เคียง: ประสิทธิภาพทางอุณหพลศาสตร์ (Thermodynamic Properties) และความสามารถในการทำความเย็น (Cooling Capacity) ของ R513a มีความใกล้เคียงกับ R134a อย่างมาก ทำให้การเปลี่ยนถ่ายทำได้ง่าย
  • เข้ากันได้กับอุปกรณ์เดิม: R513a สามารถใช้กับอุปกรณ์ทำความเย็นและน้ำมันคอมเพรสเซอร์ (โดยทั่วไปคือ น้ำมัน POE) ที่ออกแบบมาสำหรับ R134a ได้เกือบทั้งหมด ทำให้การปรับเปลี่ยนหรือติดตั้งเพิ่มเติม (Retrofit) ในระบบเดิมที่ใช้ R134a เป็นไปอย่างสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยอาจมีการปรับจูนวาล์วขยาย (TXV) และปริมาณการบรรจุสารทำความเย็น (Charge Amount) เล็กน้อย
951

การประยุกต์ใช้งาน

R513a ถูกออกแบบมาให้ใช้งานแทน R134a ในระบบทำความเย็นและปรับอากาศหลากหลายประเภท เช่น:
  • เครื่องทำน้ำเย็นเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม (Chillers)
  • ระบบทำความเย็นแบบขยายโดยตรง (Direct Expansion – DX) ในงานเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม
  • เครื่องทำความเย็นสำหรับตู้แช่ในซูเปอร์มาร์เก็ต
  • ระบบปรับอากาศขนาดใหญ่

ข้อพิจารณาในการเปลี่ยนถ่าย (Retrofit)

ถึงแม้ R513a จะถูกจัดเป็น “Drop-in Replacement” แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงแนะนำให้ปฏิบัติตามขั้นตอนการเปลี่ยนถ่ายที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึง:
  • การตรวจสอบและทำความสะอาดระบบอย่างละเอียด
  • การเปลี่ยนฟิลเตอร์ดรายเออร์ (Filter Drier) ที่เข้ากันได้กับสารทำความเย็นใหม่
  • การบรรจุสารทำความเย็น R513a ในสถานะของเหลวเท่านั้น (เนื่องจากเป็นสารผสมแบบ Azeotrope) และมักจะใช้ปริมาณน้อยกว่า R134a ประมาณ 85% ของปริมาณเดิม

ทำไม R513A ถึงมีความสำคัญ?

  • ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: R513A เป็นสารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำ ทำให้ช่วยลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนได้อย่างมาก.
  • ทางเลือกแทน R134a: R513A ได้รับการพัฒนาให้เป็นสารทำความเย็นทางเลือกสำหรับ R134a ในระบบทำความเย็นทั้งเก่าและใหม่.
  • ประสิทธิภาพใกล้เคียง: R513A มีคุณสมบัติทางกายภาพและเทอร์โมไดนามิกที่ใกล้เคียงกับ R134a ทำให้สามารถใช้แทนได้ง่ายในอุปกรณ์ที่มีอยู่โดยไม่ต้องเปลี่ยนส่วนประกอบหลักหลายอย่าง.
  • ความปลอดภัย: มีการจำแนกความปลอดภัยเป็น A1 ซึ่งหมายถึง ไม่ไวไฟ.
  • ส่วนประกอบ: R513A เป็นสารผสมระหว่าง R134a และ HFO R1234YF ซึ่งสารตัวหลังนี้มีค่า GWP ต่ำกว่า R134a มาก.

สรุป

R513a คือก้าวสำคัญที่ช่วยให้อุตสาหกรรมทำความเย็นสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นในด้าน GWP ที่ต่ำลงอย่างมาก ในขณะที่ยังคงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้งานในระดับ A1 ทำให้ R513a เป็นทางเลือกที่น่าสนใจและคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับการแทนที่ R134a ในระบบทำความเย็นต่างๆ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายของโลกที่ยั่งยืนกว่าเดิม